RS Meeting Concert เปิดตำนานงานเลี้ยงรุ่น

September 28, 2012 in วันวานยังว้าบบอยู่

เกิดมาจนโตเป็นหนุ่มเป็นสาวขนาดนี้ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยผ่านงานเลี้ยงรุ่นมาอย่างน้อย 1 งาน ไม่ว่าจะงานเลี้ยงรุ่นอนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย ฯลฯ คอนเซ็ปต์หลักของงานเลี้ยงรุ่นคือการที่ผองเพื่อนในรุ่นเดียวกัน มาพบปะสังสรรค์ เฮฮา ปาร์ตี้ แบบซี้กันสุดๆ และหยุดอัพเดทชีวิต คิดถึงความหลัง ใครมีธุระปะปังก็ต้องหาทางเคลียร์งานมา

นอกจากเราๆท่านๆจะต้องไปงานเลี้ยงรุ่นที่เป็นประเพณีหลักของโรงเรียนทุกแห่งหนในโลกนี้แล้ว ศิลปินดารานักร้องเขาก็มีกันเป็นประเพณีเหมือนกันนะ เอ้า! ใครเกิดทันได้ไปงานเลี้ยงรุ่นของศิลปินอาร์เอสในยุค RenaisSance กันบ้าง กรุณารายงานตัว…

meetingA13

งานเลี้ยงรุ่นของค่ายอาร์เอสโปรโมชั่นถือเป็นประเพณียิ่งใหญ่ จัดเป็นประจำเกือบทุกปี และเป็นงานเลี้ยงุร่นที่ไม่ธรรมดา เพราะได้รับการถ่ายถอดสดไปทั่วประเทศ แถมเทปบันทึกภาพรีรันตามช่องต่างๆ และวางวีดีโอขาย เก็บเงินคนไม่ไปต่างหากอีกด้วย…งานนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า

RS Meeting Concert

RS Meeting Concert ตามธรรมเนียมปฏิบัติแห่งอาร์เอสโปรโมชั่น 1992 คือ การขนเอานักร้องคนดังทั้งค่ายมาขึ้นคอนเสิร์ตร้องเพลงซึ้งๆมันส์ๆอินๆให้พวกเหล่าสาวกคนลาดพร้าวได้ฟินกับความคุ้มค่าแบบหาที่ไหนไม่ได้ในโลก ดังนั้น ไม่ว่าอยู่เหนืออยู่ใต้ก็จะพลาดมิได้กับงานใหญ่งานนี้ ถึงตัวไม่ไปร่วมงาน นั่งร้องยืนเต้นส่งเสียงกรี๊ดร่วมประเพณีอยู่บ้านผ่านทางโทรทัศน์ก็ยังดี (เหมือนที่พวกเราหลายคนชอบลอยกระทง ทายผลพระโค หรือจุดเทียนถวายพระพรหน้าโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสดอยู่งั๊ย)

จุดเด่นของงานประเพณีคอนเสิร์ตประจำปีอาร์เอส คือ เป็นตัวบ่งบอกวิวัฒนาการของภาษา วัฒนธรรม ศิลปกรรม คุณธรรม และความเชื่อ (เวอร์ไปมั้ย? 55) ของเหล่าศิลปินและสาวกในแต่ละรุ่นได้อย่างดีเยี่ยม ชนิดที่ถ้าได้นั่งดูชมปีแรกกับปีสุดท้ายจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจนจนกลัวว่ากระทรวงทบวงกรมต่างๆจะกระโดดออกมาปกป้องขนบเดิมๆไว้กันเลยทีเดียว

ประเพณีอันดีงามอันเป็นเอกลักษณ์และสลักสำคัญต่อสังคมเด็กและเยาวชนไทยนี้ได้รับการยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมา จากรุ่นสู่รุ่น จนหลังปี 2003 เหล่าทายาทรุ่นที่ 8 ก็เซย์บาย เพราะไม่อาจอนุรักษ์ประเพณีนี้ต่อปายได้อีกแล้ว ฮือๆๆ

.

เอาล่ะ หยุดเพ้อเจ้อเรื่องประเพณีไว้แค่นั้น มาเข้าเรื่องที่ฟังง่ายๆกันดีกว่า กดเข้ามากันด่วนๆ


หมายเหตุ โปรดอ่านก่อน :

1. ข้อมูล ทั้งหมด admin เก็บรวบรวมจากนิตยสาร ไฟล์วีดีโอ+วีซีดีเก่า อินเตอร์เน็ต และส่วนใหญ่มาจากความทรงจำ หนึ่งตลับไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไร เป็นเด็กคนหนึ่งที่นั่งดูคอนเสิร์ตมาเหมือนคุณๆท่านๆ ฉะนั้น หากผิดพลาดประการใด ทักท้วงกันได้จ้า ขออภัยมา ณ ที่นี่

2. admin หนึ่งตลับไม่ขายไม่ sale ไม่ปล่อยเช่าวีซีดีคอนเสิร์ตอะไรทั้งสิ้นทั้งปวงนะฮะ (clearcassette จะทำหน้าที่แค่เล่าเรื่องราวใดใด) อย่าได้เผลอถามกันอีก เค้ากลัวโดนจับเหมือนกันนะตัว ขอเซฟตัวเองนิดนึง เข้าใจเค้าด้วยนะ เค้าก็มีไม่ครบหรอก รอค่ายทำออกมาขายเหมือนกัน พวกเราก็ช่วยกันซื้อของลิขสิทธิ์และส่งพลังจิตไปที่ค่ายอาร์เอสให้เขารวบรวม RS Meeting Concert ออกมาขายซ้ากที จบ

3. บทความนี้มีทั้งหมด 7 หน้า


 

RS Meeting Concert ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพสำหรับยุคสมัยนี้ มันก็เหมือนคอนเสิร์ต SM Town, Kamikaze wave, The Star หรือ AF รุ่นต่างๆนั่นแล

มันเป็นการรวมตัวของ “คนรุ่นเดียวกัน” ในที่นี้ไม่ใช่หมายถึงอายุ แต่หมายถึง “คนที่อยู่ในวัฒนธรรมเดียวกัน” เคยไปงานเลี้ยงรุ่นอื่นที่ไม่ใช่รุ่นตัวเองมั้ย admin เคยไปเป็นตากล้องให้เพื่อนในงานเลี้ยงรุ่นของแพทย์บัณฑิตจบใหม่ ทั้งที่รู้จักคนหลายสิบ (เพื่อนมัธยมเข้าแพทย์เยอะ) ก็ยังรู้สึกแปลกแยกเลยล่ะ …เพราะว่าเราไม่ได้อยู่วัฒนธรรมเดียวกะเขางัยย พูดภาษาอะไรกันก็ไม่รู้

ทีนี้กลับมาเรื่องคอนเสิร์ต ก็หลักการเดียวกัน เวลาดูงานเลี้ยงรุ่นของแต่ละค่าย เราก็จะได้เห็นวัฒนธรรมที่ต่างกันของศิลปินและแฟนเพลง ซึ่งเราจะไม่เปรียบเทียบว่าอะไรดีกว่าอะไร ทุกค่ายดีในแบบของเขาเอง สิ่งที่เราตัดสินเขามันเกิดจากว่า “เราไปในฐานะอะไร” มากกว่า

อย่างเราไปดู The Star กับ AF หลายๆคอนเสิร์ตมาเหมือนกัน (ไปเพราะหน้าที่และดูฟรีคือประเด็น) เลยอยู่ในฐานะของผู้สังเกตการณ์ ถึงไม่ได้อิน/ฟิน/กรี๊ดกะเขา แต่ดูไปเรื่อยๆเราก็สนุกไปกับน้องๆเขานะ ได้เห็นพัฒนาการของนักร้องแต่ละคน นอกจากนี้ยังได้ศึกษาพฤติกรรมแฟนคลับยุคนี้ด้วย เริ่มตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน หน้างานจะมีการตั้งบูทถ่ายรูปกันเอง จริงจังชนิดที่ว่าน้องคนทำคงมี portfolio ไปสมัครงานในอนาคตแน่ๆ พอเปิดไฟ walk in ปุ๊บ สิ่งแรกที่เราทำก็คือหันไปดูว่าแก๊งไหนมาตั้งป้ายไฟตรงไหนบ้าง คนไหนใช้สีอะไร บางทีมเขามีโลโก้กันด้วย โลโก้ขยับเต้นได้ด้วยก็มี ป้ายวิ่งๆแบบสนามบินยังมี บางกลุ่มก็ส่งเสียงกันพร้อมเพรียงด้วยโค๊ตนกหวีดกรี๊ดหลังเป่า ตื่นตากับวัฒนธรรมน้องๆมาก สนุกทุกครั้งที่ได้ไปดู

กลับมาที่ RS Meeting Concert งานเลี้ยงรุ่นในวันวาน

สำหรับ admin ผู้เป็นคนหนึ่งของสาวกอาร์เอส ก็รู้สึกเป็นภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงที่ต้องมาเปิดทีวีรอดูทุกครั้งไปเช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็จะต้องเช็คโรงแรมก่อนว่า ช่องที่มันถ่ายทอดหรือรีรันเทปบันทึกภาพเนี่ยมันรับสัญญาณได้รึเปล่า(ตอนนั้นเด็กเกินกว่าจะเก็บเงินหรือขอแม่ไปดูสดๆอ่ะ เสียใจและเสียดายเหมือนกัน) แต่โดยสรุปก็คือ เราก็ได้ดูครบทุกคอนเสิร์ตนะ จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง มีวีดีโอเก็บไว้บ้าง ไม่มีบ้าง ในความทรงจำอาจจะมีแหว่งๆบ้าง มั่วบ้าง แต่คาดว่าครบทุกปี เลยรู้สึกเป็นหน้าที่เหมือนกันที่ควรจะเอามาเล่าสู่กันฟังเล็กๆน้อยๆ เพื่อไม่ให้ประเพณีอันดีงามนี้เลือนหายไปจากจิตใจคน 90 (หรือมันกำลังจะได้รับการฟื้นฟูเร็วๆนี้นะ ฮิ้วๆๆ)

.

ธรรมเนียมของ RS Meeting Concert

1. แลกเพลงกันร้อง

เรียกได้ว่าเป็นธรรมเนียมหลัก คือจะต้องขนเอาเพลงดังเพลงฮิตไปในปีนั้นๆ หรือปีใกล้เคียงมาแลกกันร้อง นอกจากว่าใครกำลังออกอัลบั้มสดๆร้อนๆ ช่วงโปรโมตตรงกับมิตติ้งคอนเสิร์ตพอดี ก็จะสามารถร้องเพลงตัวเองได้โดยชอบธรรม หรือจะแอบร้องเพลงตัวเองในก้อนเมดเล่ย์ใหญ่ก็ทำได้ไม่มีใครประท้วงเช่นกัน นอกเหนือจากข้อยกเว้น 2 ข้อดังกล่าว โดยกฎกติกาและมารยาทแล้วทุกคนต้องร้องเพลงคนอื่น มิเช่นนั้นจะโดนแจกใบเหลืองเพื่อเป็นการตักเตือน ถ้าเนียนเป็นครั้งที่สองจะโดนใบแดงให้ออกจากมิตติ้งไป (ขนาดนั้นเชียว)

การแลกเพลงกันร้องเนี่ย ตอบโจทย์แฟนเพลงมากๆ เพราะพวกเราจะได้ยินได้เห็นอะไรที่แปลกไปจากเดิมของศิลปินที่เราชอบ แบบว่าลิฟท์กับออยก็ไม่จำเป็นต้องออกมาร้องเพลงดูมั้ย แต่จัด I was made for dancing ของแร็พเตอร์ หรือพี่ทัชเท้าไฟ ก็ใส่เกียร์โหนรถเมล์ได้ไม่อายจอนนี่หลุยส์ กระทั่งพี่หนุ่มผู้เคยคุยว่า “ผมเต้นไม่เก่ง” ก็เอนตัว เอ อี อา โอ ได้พลิ้วไม่แพ้พี่เจมส์ เฮียโดมคนเก่งก็เคยเทรนเป็นแวมไพร์เดอะซัน น้องอนันก็ยังยัดแว่นดำเป็นพี่ดังได้เนียนๆอีกด้วย เหล่านี้มันเรียกว่าเป็น โบนัสประจำปี ให้กับแฟนเพลงอย่างเราๆท่านๆเลยล่ะ

2. จับแพะชนแกะ

อีกอย่างที่รอคอย ก็คือการได้ร่วมร้องร่วมเต้นกันของศิลปินคนนั้นคนนี้ ที่ไม่ใช่ว่าอยู่วงเดียวกันเป็นทุนเดิม พูดง่ายๆว่า ได้เห็น combination อะไรที่ไม่มีโอกาสได้เห็นที่อื่นนั่นแหล่ะ ตัวอย่างเช่น การครวญเพลงเล่นกีตาร์ของบรมครูอย่างพี่เสือ+พี่แหม่ม / การจอยสวัสดีคุณครูของนักเรียนหนุ่ม ศรราม-ออย ธนา / การ featuring กันระหว่างเจอาร์-ฮาร์เวิร์ดในพลงดีมากเลย / การเปิดโชว์ปรากฏการณ์ของโมเม-อ้อน-เด็บบี้-ไดอาน่า หรือจะเป็นการร้องเพลงจีบนุ๊ก สุทธิดาของแก๊งลูกเสือ…

แฟนเพลงยุคนั้นไม่เล่นกีฬาสี เพราะฉะนั้นเวลาดูมิตติ้งคอนเสิร์ต มันไม่เกิดการเทเสียงกรี๊ดไปให้กับใครคนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัดเวลาคนนั้นๆออกมา ส่วนใหญ่พวกเราและพวกท่านมันก็พวกชอบยกค่าย ไม่ต้องชูป้ายไฟ ใส่เสื้อสี ใครออกมาทีก็กรี๊ดคอแหบ

3. เปิดตัว

อีกฟังก์ชั่นหนึ่งของ RS Meeting Concert คือ ไว้เปิดตัวน้องใหม่ ศิลปินออกเทปใหม่ๆหลายคนยังไม่เคยมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่ไหนก็จะมาชิมลางเทสเรตติ้งกันที่นี่เป็นที่แรกๆ ตัวอย่างเช่น ลิฟท์กับออย ที่มาเปิดตัวบนเกาะอลเวงเป็นครั้งแรก / เจอาร์-วอย เพิ่งออกเทปปลายปี 39 หมาดๆ ก็มาชิมลางมิตติ้งคอนเสิร์ตต้นปี 40 ก่อนจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวตัวเองในปลายเดือนเดียวกัน / แก๊งโฟ ที่เพิ่งปล่อยอัลบั้มแรกได้ไม่ถึงเดือนก็ยกพลมาขึ้นมิตติ้งคอนเสิร์ตทันที

พอมาปีหลังๆพวกเราก็จะเห็นศิลปินหน้าใหม่แห่กันขึ้นเวทีมากมาย โดยเฉพาะปีสุดท้ายที่ขี้เกียจนับเลยว่ามีกี่คน

4. พูดคุยฮาเฮ

งานเลี้ยงรุ่นต้องมีการสอบถามสารทุกข์สุขดิบ อัพเดทชีวิต คิดถึงความหลัง มิตติ้งคอนเสิร์ตน่ะมีครบทุกอย่าง มาในรูปของประโยคคลาสสิก “เป็นไงบ้างครับ” “สบายดีมั้ย” (นอกจากถามแฟนๆแล้ว นักร้องเขาจะถามกันเองบนเวทีด้วย เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมพวกพี่ไม่คุยกันหลังเวที…ติ่งโป๊ะ) เสร็จแล้วก็จะมีการอัพเดทกึ่งโปรโมตว่าช่วงนี้แต่ละคนมีผลงานอะไรกันอยู่บ้าง “อย่าลืมติดตามด้วยนะครับ” มีการแซวสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ไปเป็นทหารมา เพิ่งเลิกกับใครมา และมีการแซวสถานการณ์ในอดีต เช่น “ตอนออกเทปชุดแรกเป็นไงบ้างครับ”

เอาล่ะแต่ที่เวิ่นเว้อมาไม่ใช่ประเด็น ประเด็น คือ การได้ร่วมพูดคุยของศิลปินคนนั้นคนนี้ที่ไม่ใช่ว่าพวกเราจะเห็นอยู่ด้วยกันบ่อยๆ นั่นแหล่ะที่แฟนๆรอคอย แบบว่าศิลปินคนโน้นออกมาเม๊าส์กะน้องคนนั้น รันคิวกับเฮียคนนี้ นินทาพี่คนนู้น เป็นต้น หรือบางทีก็ฟอร์มทีมกันออกมา เพื่อประกาศกร้าวว่า พวกข้านี้คือ 5 ดอกจิก

5. รับน้อง

เป็นธรรมเนียมอีกเช่นกัน ที่พี่ๆศิลปินเบอร์ใหญ่กว่าจะต้องมีการกล่าวรับขวัญหรือแซวศิลปินใหม่กันเล็กน้อยเสมอ มันจะอยู่ในรูปของการเล่นมุกฮาๆในสคริป ยกตัวอย่างเช่น ตอนลิฟท์กับออยแซววงซิ๊กแซกต่อด้วยพี่หนุ่มพี่เต๋าออกมาสมทบ ดีทูบีก็ถูกแซวเช่นกันโทษฐานมาแรง หน้าที่ของน้องๆที่ถูกรับคือยืนนิ่งๆหล่อสวยหน้าใสโดยไม่ต้องไยดีอะไรพวกพี่มากนัก ทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำแล้วแฟนๆจะเห็นใจ รักใคร่เอ็นดู 555

การรับน้องในอีกนัยหนึ่ง มันแฝงการ “sale ขั้นพื้นฐาน” มาด้วย คือ พี่โปรโมตน้องนั่นแหล่ะ แฟนๆที่ติดพี่ๆแล้วก็จะพาลสนใจน้องใหม่ไปด้วยอะไรอย่างนั้น ขายอย่างแนบเนียน

6. รับพี่

อาจจะสงสัยว่าทำไมพี่ต้องถูกรับอีก การรับพี่ไม่เหมือนการรับน้อง รับน้องคือการแซวแบบเอ็นดู แต่การรับพี่จะเป็นการแซวเจ็บว่าด้วยเรื่องของวัยวุฒิ อย่างเช่นตอนปี 1995 ที่จัดเป็นธีมโรงเรียน ก็มี part ร้องเพลงของ “นักศึกษาผู้ใหญ่ภาคค่ำ” 555 ชัดมาก บางคนเคยเป็นน้องมาก่อน อยู่ๆไปกลายเป็นพี่มาโดนรับซะเองก็มี รุ่นหลังๆนี่ แน่นอนว่า พี่ทัชโดนแซวแล้วแซวอีก ส่วนพี่เต๋าใช้ความสามารถพิเศษ+ความน่ายำเกรงของสมชายเอาตัวรอดไปได้ทุกสถานการณ์

7. ซี้กันฉันพี่น้อง

ข้อนี้เป็นนามธรรม คือ เอกลักษณ์สำคัญอีกอย่างที่ชาวอาร์เอสรู้สึกได้ทุกครั้งกับคอนเสิร์ตมิตติ้ง ก็คือ “ความอบอุ่น” เพราะค่ายอาร์เอสมีลักษณะเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ทำให้ภาพของศิลปินทุกคนที่เราเห็น มีความสนิทสนมกลมเกลียวเหมือนอยู่บ้านหลังเดียวกัน สมัยนั้นเราเคยแอบสงสัยเหมือนกันว่า “ที่เราเห็นๆนี่คือเขาซี้กันจริงๆรึเปล่านะ” ตอนนี้ผ่านมาเกือบ 20 ปี เราว่าเรามีคำตอบแล้วล่ะ…

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่หายไปกับกาลเวลา ก็นี่แหล่ะทำให้พวกเรารักศิลปินอาร์เอส 90 ไม่เปลี่ยนแปลง

8. สามัคคีชุมนุม

คือ การปิดคอนเสิร์ตอำราแฟนเพลง นักร้องทั้งหมดจะขึ้นมาบนเวที ยืนเรียงกัน แล้วไขว้มือจับกันเป็นวงกลมรอบกองไฟ (เอ้ย! ไม่ใช่ละ) แล้วร้องเพลงหมู่ร่วมกันต่างหาก เพลงปิดคอนเสิร์ตมักจะเป็นเพลงที่มีฟังก์ชั่นให้ร้องรวม ซึ่งมันจะต่างกันไป แล้วแต่ว่าช่วงไหน มีเพลงใหม่สำหรับฟังก์ชั่นนี้มารึยัง อย่างคอนเสิร์ตแรกคือเพลง “คำว่าเพื่อน” เพลงปิดงานตลอดกาลของแร็พเตอร์ คอนเสิร์ตสุดท้ายคือ “มือที่มองไม่เห็น” (ชื่อเพลงหลอนไปป่ะ) เพลงที่แต่งมาร้องเพื่อคอนเสิร์ตนั้นโดยเฉพาะ

** ช่วงปิดคอนเสิร์ตนี้ศิลปินทุกคนต้องร้องเพลง ถึงไม่มีไมค์อยู่ในมือก็ต้องพะงาบปากตามเพื่อความสามัคคี มีส่วนร่วม

.

8 ข้อ นั่นก็เป็นธรรมเนียมของ RS Meeting Concert ที่ทำให้เราในฐานะแฟนเพลงคนหนึ่งรอคอยและติดตามงานเลี้ยงรุ่นทุกปีๆ ด้วยความอยากรู้ว่า พวกเขาจะมาไม้ไหนกันอีกนะ?

แต่งานเลี้ยงก็มีวันเลิกรา ชั่วพริบตาทุกอย่างแตกกระจาย เหตุเพราะบ้านหลังนี้ขยาย จนข้อ 7 หายไปทีละน้อย อีกทั้งกระแสวงการเพลงเปลี่ยน งานมิตติ้งแบบกรี๊ดกร๊าดสดใส ไม่โดนใจสาวกทุกผู้ทุกวัยอีกต่อไปแล้ว จึงนับเป็นการตัดสินใจที่ดีของทายาทรุ่นที่ 8 ที่ไม่สืบทอดประเพณีนี้ต่อ แล้วเก็บยัดใส่แคปซูลเวลา รอว่าวันหนึ่งข้างหน้า เหล่าสาวกจะเกิดอาการเสี้ยนจนชูป้ายเรียกร้องความยุติธรรมกันเอง

อืมมม คุณทำสำเร็จละ

.

วัดเทรนด์ฮิต เช็คเรตติ้ง อัพเดทอดีต กับมิตติ้งคอนเสิร์ต

ดูมาตั้งแต่ มีนักร้องขึ้นเวที 10 กว่าคน จนกระทั่งล้นเวทีไปเป็น 70-80 ชีวิต ทั้งเดี่ยวทั้งวง จนต้องแยกเป็น 3 Parts ดูเรียงมาทุกปีนั่นแหล่ะ มันจะรู้เลยว่า อ่อ…

ช่วงนั้นใครดัง ช่วงไหนใครเด่น

ตอนโน้นคนนั้นออกเทป ปีนู้นแนวเพลงไหนคนชอบฟัง

ครั้งนี้หนัง-ละครเรื่องอะไรฮิต

เวลานี้ใครมาใหม่มาแรง ตอนนั้นใครหายไปทำอะไร

เดือนโน้นแฟชั่นไหนกำลังมา ปีหน้ามีนักร้องเพิ่มกี่คน

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ นี่มันเหมือนกำลังเรียน History of RS: 90 period อยู่ก็ไม่ปาน ถ้านั่งเสพแบบคิดตาม นี่มันความรู้วงการเพลงยุคลูกกวาดล้วนๆ

ตอนแร็พเตอร์คืนชีพในปี 2011 บังเกิดคำถามยอดฮิตจากคนใกล้ตัวหลายฝ่ายยิงใส่แบบวันเว้นวันว่า…

แร็พเตอร์ดังที่สุดใช่มั้ย สมัยนั้น?

อืม…ตอบยากฮะ มันไม่ใช่ข้อสอบปรนัยที่จะกาข้อใดข้อหนึ่งไปเลยกันได้ง่ายๆ ศิลปินแต่ละเบอร์เขามียุคของเขาอยู่ ถ้า scope ให้แคบขึ้น ถึงคุณถามแค่ว่าช่วงออก The Next ใครดังสุด ยังตอบยากเลย เกรงใจอาจจะเป็นเพลงเร็วที่ฮิตที่สุดในอัลบั้มก็จริง แต่คุณลองย้อนภาพกลับไปสมัยนั้นสิ ช่วงก่อนออกอัลบั้ม The Next นักร้อง 8 คนนี้เพิ่งได้ล้านตลับกันมาหมาดๆทุกคน คุณจะบอกว่าพี่โดมดังน้อยกว่าแร็พเตอร์ เพลงคิดถึงเธออมตะกว่าไม่อาจเปลี่ยนใจ ดูมั้ยฮิตน้อยกว่าไม่แคร์หรอ โอ่ย จะเทียบกันยังไงค้าบ ความดังมันเป็นนามธรรมและความเชื่อ!!!

และเราเชื่อว่าเด็กกว่าล้านสมัยนั้น กาปรนัยเลือกกันไม่ถูกแน่ว่าใครดังสุด มันยากยิ่งกว่าข้อสอบโอเน็ต-เอเน็ตงงๆสมัยนี้ที่คุณสรยุทธอ่านออกข่าวซะอีก

อย่างไรก็ตาม เราเข้าใจนะ ที่ทศวรรษนี้ ในปี 2011 หลายคนจะบอกว่าแร็พเตอร์ดังที่สุด เพราะเทียบผลประกอบการโดยรวมล้าน 4 อัลบั้ม บวกพลังเกินความคาดหมายของคำว่ากู๊ดบาย และเพลงเกรงจายที่มัน survive นำโด่งมาถึงยุคนี้ แต่โดยสรุปคำตอบของเราคือ…

อยากรู้จริงๆใช่มั้ย…อยากรู้ คุณดู RS Meeting Concert ทั้ง 7 สิ

แล้วจะเข้าใจคำว่า “ยุคศิลปิน”

คำถามนี้มันต้องตอบเป็นอัตนัย

คุณๆลองไปร่ายมาคนละ 1 ย่อหน้า ต่างคนต่างตอบ ดูซิมันเหมือนกันได้มั้ย?

ในความเห็นเรานะ คอนเสิร์ตแรกเลย ศิลปินวัยรุ่นบนเกาะอลเวง คงไม่มีใครไร้เทียมทานเท่าพี่ทัช ตำแหน่งฮีโร่เด็กผู้ชายวัยมันส์ต้องเป็นพี่เต๋า ส่วนเทพเจ้าบอยแบนด์ในดวงใจต้องยกให้บอยสเก๊าท์ ณ ตอนนั้น คุณอย่าริเอาแร็พเตอร์กับลิฟท์ออยน้องใหม่ไปเทียบกับพวกเขานะ กระดูกคนละเบอร์ พวกเขาอยู่ในฐานะน้องใหม่มาแรง / หลังจากนั้น ปี 39-41 มันถึงเข้าสู่ยุคลูกกวาดเต็มตัว เพลงป๊อปแดนซ์มาแรงแซงทางโค้ง เป็นยุคของแร็พเตอร์ ลิฟท์ออย เจอาร์-วอย เฮียโดมและพี่เจมส์ที่ปักหลักเป็นคนปิดคอนเสิร์ตมาโดยตลอดจนเพื่อนพ้องเริ่มหายไปทีละคน (นี่มันหนัง serial killer หรอ?) เฮียเจมส์ก็ยังยึดตำแหน่งไว้ได้ จนเฮียเจมส์เริ่มไป ใครๆก็รู้ว่านี่มันเข้าสู่ D2B era และเหล่าสาวกเจ็นฯใหม่ที่อาจไม่เข้าใจว่าอะไรคือเกาะอลเวง… แต่ทว่า ที่พล่ามมามันหมายถึงทางด้านเพลงนะฮะ ถ้าจะเทียบความดังโดยเอาหนังละครมารวมนี่มันยิ่งเซอร์เรียลเกินกว่าจะวัดกันได้ หรือคุณคิดว่าเรตติ้ง 30 กว่าของคุณภาคย์และขุนไกรไม่มีความหมาย แล้วโลกทั้งใบจะให้ใครถ้าไม่ใช่เพ่เต๋า…????? จบการตอบคำถาม

คำถามนี้ไม่มีคนเฉลย เช่นนั้นถูกผิดรึเปล่าก็เป็นธรรมนามและความเชื่อต่อไป 555

เฮียฮ้อของพวกเราก็เคยถูกถามในนิตยสารหลายเล่มเหมือนกัน

เฮียก็ตอบเป็นอัตนัยไม่กาใครเป็นคนๆ เฮียบอกเป็นภาพรวมแต่ละยุค ไล่มาตั้งแต่รุ่นรวมดาว พี่เอ อนันต์ หิน เหล็ก ไฟ เลยด้วยซ้ำ

ตำนานเพลงไม่ได้มีเพียงหน้าเดียว ถ้าอยากจะเทียบกันจริงๆ ต้องไปเรียนประวัติศาสตร์ก่อนนน

.

ทีนี้เรามาดูรายชื่อ RS Meeting Concert แต่ละปีกันดีกว่า

หมายเหตุ: จำนวนศิลปินเรานับเป็นเบอร์ ไม่ใช่เป็นคน เช่น แร็พเตอร์ มี 2 คนแต่นับเป็นหนึ่ง ถ้ายังไม่ได้แยกวง เหตุเพราะปีหลังๆ เราขี้เกียจจำว่าวงดนตรีต่างๆมีกันกี่คน เลยขอรวบหัวรวบหางไปเลย มักง่าย

RSMeetinconcertChart-01

ดูสถิติจำนวนเพลงและจำนวนศิลปินแล้วหยุดจิตนาการในหัวซักครู่ เสร็จแล้วก็กดดูเลือกตามปีได้เลยจ้า อย่าลืมอ่านคำอธิบายประกอบด้วยเพื่อความไม่งง

คอนเสิร์ตทุกปี admin สรุปรวมๆ และกล่าวถึงในบางซีน ไม่ลงดีเทลทุกเพลง เหตุเพราะบางส่วนหาข้อมูลไม่ได้ จำไว้ไม่หมด และ ขี้เกียจ…จบ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

1. บุกเกาะอลเวงฯ    2. นอกเครื่องแบบซ่า    3. ตามระเบียบ…เต้น

4. ลัดคิวมาติวเต้น     5. ทีนเลนเนียม     6. Star mission     7. Trilogy

คำอธิบายประกอบการอ่าน

1. รายชื่อเพลงในคอนเสิร์ตที่ลงไว้ admin วงเล็บเจ้าของเพลงตัวจริงไว้ด้านหลังด้วย ซึ่งเจ้าของเพลงที่ว่า ไม่ได้หมายถึง original เวอร์ชั่น นะฮะ หมายถึงว่าที่เอามาร้องในมิตติ้งคอนเสิร์ตน่ะ เวอร์ชั่นนั้น ตัวอย่างเช่น เพลง “ไหนว่าจะจำ” ซึ่งออริจินัลจริงๆเป็นของ ดิอิมพอสซิเบิ้ล แต่เราวงเล็บไว้ว่า (เพลงของ: ร็อกอำพัน) เพราะว่าพี่แซ้งค์ร้องเวอร์ชั่นร็อกอำพันในคอนเสิร์ต หรือเพลง “สวัสดีคุณครู” ก็จะถือว่าเป็นเพลงลิฟท์กับออย ไม่ใช่วงชาตรี เพลงรู้สึกดีๆ ถือเป็นเพลงcover ของพี่แหม่ม ไม่ใช่ outsider…ไม่งงนะ

2. รายชื่อศิลปิน ตัวสีฟ้าคือศิลปินที่มาขึ้น RS meeting concert ครั้งแรกในปีนั้นๆ ซึ่งรวมทั้งศิลปินน้องใหม่ที่เพิ่งออกอัลบั้ม และศิลปินที่ออกมานานแล้วแต่เพิ่งมางานเลี้ยงรุ่นด้วย เช่น ดัง พันกร, ฟอร์ด

3. รูปคอนเสิร์ตที่ลงไว้ ก็ลงเท่าที่หามาสแกนได้นะฮะ ไม่ได้ลำเอียงว่าคนนั้นไม่มี คนนี้มี 55 มีเท่าไหร่ก็สแกนมาลงหมดล่ะ แต่บางคนมันก็หาไม่ได้จริงๆ


.

RS Meeting concert – On the beach 1994
ตอน บุกเกาะอลเวง ร้องเพลงหน้าบาน

22 ตุลาคม 2537 @ MBK Hall

ศิลปิน

เต๋า / โชค / เอ อนันต์ / ทัช / ต้อม เรนโบว์ / นุ๊ก / บอยสเก๊าท์ / แหม่ม พัชริดา / อริสมันต์ / แซ้งค์ / เจี๊ยบ พิสุทธิ์/ เป้ ไฮ-ร็อก / เสือ ธนพล/ แร็พเตอร์ / ลิฟท์กับออย

meeting005

บุกเกาะอลเวงฯ คอนเสิร์ตแรกเมื่อปี 37 นี้ จะบอกว่าเรายังโชคดีที่โตทันมานั่งดู ก็เกือบไม่ทันแล้วล่ะ ถ้าดูไปแล้วเราก็ไม่ทันพี่ๆในคอนเสิร์ตนี้หลายคน เช่น พี่ต้อม พี่เอ พี่โชค พี่กี้ พี่แหม่ม พี่เจี๊ยบ แต่ถามว่าตอนนั้นเรารู้จักมั้ย รู้จักสิ พี่ๆเขาดังนะ แต่รู้จักแค่ 2-3 เพลง เราก็ใจไม่ด้านพอจะบอกว่าเราเป็นแฟนเพลงพี่ๆเขาหรอก อย่างไรก็ตาม เด็กๆน่ะสนุกกับคอนเสิร์ตนี้นัก เพราะว่า…

Theme คอนเสิร์ตมันยังกะยกฉากในแดนเดรมิตรมาตั้งเลยค้าบ!!!

มันชัดเจนมาก ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเหตุใดทีมงานถึงยัด Theme เกาะอลเวงนี้เข้าไป แต่มันมาเต็มและเวิ่นเว้อได้ใจมากๆ โครงโชว์+สคริปครอบคลุมคอนเซ็ปต์ ไล่ไปตั้งแต่ มนุษย์ยุคหิน เรือสำราญ ผู้อาจหาญบุกรุกเกาะ หอยประหลาดหายาก แผนการระเบิดภูเขา จนไปถึงไดโนเสาร์แร็พเตอร์ ……ความเซอร์เรียลระดับนี้ชนะผึ้งน้อยโชว์ขาดลอย

meetingA04

.

งานเลี้ยงรุ่นครั้งแรกนี้ มีพิธีกรด้วย พิธีกร คือ พี่ปิง ฟรุ๊ตตี้ นั่นเอง (เกิดไม่ทันฟรุ๊ตตี้ แต่รู้จักพี่ปิงและพี่ชมพูดีจ้า) ฮาตรงที่พี่ปิงใช้สรรพนามเรียกคนดูว่า “เพื่อนๆ” ด้วยนี่แหล่ะ ฟังดูน่ารักสมวัยไปเลย

ส่วนน้องใหม่หน้าใสที่มาเปิดตัวในคอนเสิร์ตนี้คือ ลิฟท์กับออย ที่ออกมาเป็นคิวสุดท้ายกับการระเบิดภูเขาเผาโฟมยักษ์ จะว่าไปแร็พเตอร์ก็ถือเป็นน้องใหม่เช่นกัน แต่น้องใหม่ไม่ยอมให้รับน้องกันง่ายๆ แหม! แร็พเตอร์นะคุณ ถึงพูดไทยไม่ค่อยได้ แต่แสบสนิทจนรุ่นพี่ยังคิดส่ายหน้า ทว่า สิ่งที่ฮาจริงๆยอมรับว่าคือความพยายามของแก๊งลูกเสือ ที่ดูลุ้นกันมากกว่าน้องๆจะเล่นตามสคริปจนจบได้รึเปล่า

ดิ๊บ “โถ ไดโนเสาร์ตัวแค่นี้คิดว่ากลัวหรอ ห๊ะ”

หลุยส์ “แล้วทำไมถึงพี่วิ่งไปทางโน้นล่ะ”

!?!?

ดิ๊บ “…” + เงี่ยหูไปใกล้ๆ (ไหนพูดอีกทีซิ หลุยส์)

หลุยส์ “ทำไมถึงพี่วิ่งไปทางโน้นล่ะ”

55555 เราฮาที่เฮียหลุยส์ยังเรียงคำผิดรอบสอง จนพี่ดิ๊บก็แบบ เอาน่ะ เล่นต่อก็ได้ฟระ คนดูคงเก็ตแหล่ะ

อย่างไรก็ตาม แก๊งลูกเสือในมาดผู้บุกรุกเกาะนี่โ_ตรเท่ห์ จนอยากได้ไปบุกรุกบ้านเราบ้าง แก๊งลูกเสือถูกจับโทษฐานพังเรือแตก แหกความสงบ และสบคบกันบุกรุกเกาะอลเวง แต่สุดท้ายทั้งสามคนดิ้นหลุดไปได้ด้วยคำแก้ต่างว่า

“ไม่ได้มาบุกรุก แต่มาร้องเพลงหน้าบาน”

……เอี้ยยยย เข้า Theme กันจนได้ ปรบมือให้จิตนาการคนเขียนสคริปเลย

meetingA03

.

ที่น่ารักมากๆเห็นจะต้องเป็นพี่นุ๊ก สุทธิดา สาวน้อยชุดสีแดงกระโปรงลายสก๊อต กับเพลงสาวอีสานรอรัก ความเซอร์เรียลของซีนนี้ คือ แดนเซอร์ 2 คน พี่เอ อนันต์และพี่ต้อม เรนโบว์ ที่ยังอยู่ในชุดแร็ปเปอร์ แต่ฟ้อนรำระบำชาวเกาะกันได้เต็มพิกัดมาก

meetingA05

.

ไหนๆก็ไหนๆ กลับไปดูซีนก่อนหน้าของทีมแร็พโย่วซักหน่อย เหตุที่พี่เอและพี่ต้อมใส่ชุดแร็ปเปอร์เพราะว่าช่วยพี่ทัชจัดเพลง “ต้องยกให้” นั่นเอง ความเซอร์เรียลของซีนนี้ คือ หอยประหลาดหายาก ที่พี่ทัชบอกว่า ใครกินแล้วจะเต้นเก่ง เลยจะต้องไปหามากิน (ระดับพี่ทัชไม่ต้องกินแล้ววว) สรุป คือ คุยกันได้เป็นตุเป็นตะมาก จนอยากให้เป็นโอท็อปประจำเกาะอลเวง

meetingA07

กลับมาที่ซีนนี้หน่อย เอ๊ะ! เหมือนเราเล่าย้อนหลัง แต่ช่างมัน ฉันไม่งง

สมัยนี้เขาคงเรียกว่า “ซีนวาย” หรือช่วง “แฟนเซอร์วิส” (หนึ่งตลับเป็นคนยุคเก่า เดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เข้าใจลัทธินี้เท่าไหร่ แต่ตอนไปสังเกตการณ์คอนเสิร์ตซิงกูล่าก็สนุกกับวัฒนธรรมน้องๆเขาเหมือนกัน 555)

เรื่องมีอยู่ว่า พี่ต้อม และ พี่ เอ จะร้องเพลงของเพื่อน (Ost. น้ำใสใจจริง) ด้วยกัน แต่ก่อนจะร้อง เฮียทั้งสองไปนั่งทำซึ้งกันก่อนชั่วคราว

meetingA16

สคริปหวานมากจนอยากจะจิ้น เย้ยยย ไม่ใช่! เนี่ยแหล่ะคือเหตุผลที่อยากพูดถึงซีนนี้

คือสมัยก่อนมันไม่มีการจิ้นวายอะไรกันทั้งสิ้น พวกเราแฟนเพลงดูไปจะฮาด้วยความทะโมนปนขี้เล่นของพี่ๆเขา มันจะเป็นแนวผองเพื่อนผู้ชายเล่นอะไรพิเรนท์ๆกันมากกว่า (แต่ละคนที่กล้าเล่นก็จะไม่ใช่แนวนั้นด้วย) ตัวอย่างเช่น ลิฟท์กับออย ที่ชอบเล่นมุกเอาฮาตามรายการว่าด้วยเรื่อง “เรานอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกันด้วย ตื่นมาตัวติดกันตลอด” หรือจะเป็นพี่เต๋าที่จัดหอมฟอดใหญ่ให้พี่หนุ่มบนเวที พี่หนุ่มกับพี่ออยเขาก็เคยแลกหอมกันบนเวทีนอกเครื่องแบบซ่าเหมือนกัน

เอาฮาครับเอาฮา ไม่ได้เอา หา! คู่นี้น่ารักจัง….?!??!

แฟนเพลงยุคเราจิตนาการน้อย ยุคเรามันก็ เต๋า-นุ๊ก / กบ-หนุ่ม / อ้อม-มอส กันไป ได้แค่นั้น พอใจละ

.

ส่วนอื่นๆในคอนเสิร์ตที่น่าจดจำ ก็เช่น เจี๊ยบ/เป้/เสือ ขุนพลคนดนตรีร็อก ยกทีมกันมาร้อง “คิดเอาไว้ว่าใช่ ต้องใช่แน่แน่” // พี่เต๋าเกาะสถานการณ์ละครข้าวเปลือกกำลังโด่งดัง แอบฝังมุกเฮียเมฆไว้ในสคริปเล็กน้อย // อย่าคิดว่าเธอ ว่าเธอ ว่าเธอ ว่าเธอ..อ…อ อย่าคิดว่าเธอไม่มีใคร เวอร์ชั่นศิลปินอาร์เอสยุคเกาะอลเวง

meetingA11

จบการแรนดอมซีนจดจำบนเกาะอลเวง

ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง “คำว่าเพื่อน” พร้อมเพรียงกันหน้าต้นมะพร้าว ภูเขาไฟลิฟท์กับออย และหอยยักษ์

สรุปว่า คอนเสิร์ตนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่เพ้อเจ้อดี และสนุกสนานหน้าบาน สำราญจิตใจ ดูจบแล้วเหมือนไปท่องเที่ยว unseen in Thailand มา…ขอแปะ list เพลงที่เหลือนี้เป็นอนุสรแห่งความประทับใจเลยละกัน

รายชื่อเพลง

1. เต๋า – ไปตามดวง (เพลงของ: ร็อกอำพัน )

2. โชคชัย – ช่วยเอาไปใช้

3. ทัช / เอ อนันต์ / ต้อม เรนโบว์ – ต้องยกให้ (เพลงของ: แร็พเตอร์)

4. เอ อนันต์ / ต้อม เรนโบว์ – เพลงของเพื่อน (เพลงของ: เต๋า-หนุ่ม ost. น้ำใสใจจริง)

5. นุ๊ก / เอ อนันต์ / ต้อม เรนโบว์ – สาวอีสานรอรัก (เพลงของ: อรอุมา สิงห์ศิริ)

6. อริสมันต์ – ลิ่วล้อ

7. แหม่ม พัชริดา – รักไม่มีวันตาย

8. อริสมันต์+แหม่ม พัชริดา – เก็บไว้ที่เดิม (เพลงของ: เจี๊ยบ พิสุทธิ์)

9. แซ้งค์ – ไหนว่าจะจำ (เพลงของ: ร็อกอำพัน )

10. เจี๊ยบ /เป้ /เสือ – ลื่น (เพลงของ: ทัช ) / คิดถึงเธอ (เพลงของ: แร็พเตอร์)

11. บอยสเก๊าท์ – โดนจู่โจม (เพลงของ: ทัช ost. รองต๊ะแล่บแปล๊บ)

12. แร็พเตอร์ – ช่วยด้วย

13. โชคชัย/ เต๋า/ ทัช/ นุ๊ก/ บอยสเก๊าท์/ แร็พเตอร์ – อย่าคิดว่าเธอไม่มีใคร (เพลงของ: ไฮแจ็ค feat. แร็พเตอร์)

14. ลิฟท์กับออย – รมณ์บ่จอย / นิ้วก้อย

15. รวมศิลปิน – คำว่าเพื่อน (เพลงของ: แร็พเตอร์)

.

ส่วนรูปบรรยากาศคอนเสิร์ตที่เหลือ หนึ่งตลับก็จะแปะไว้ ณ ที่นี้เช่นกัน ฉันไม่ลืม

/meetingA09

meetingA02

meetingA14

meetingA12

meetingA06

meetingA10

meetingA15

.

ปิดท้ายด้วยอีก 1 รูปอลหม่าน ประวัติศาสตร์แห่งการอลเวง [คลิกที่รูปเพื่อขยาย]

.

อ่านต่อหน้า 2 – นอกเครื่องแบบซ่า>>>

.

ถูกใจ Share! ด้วย

Pages: 1 2 3 4 5 6 7